meaw meaw...
อีกแบบฉบับของการเลือกซื้อหนังสือ

homearticlesbooksshowcasequiz
By PradubKeng
  เกริ่นนำ
การอ่านหนังสือหรือบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนจะเป็นส่ิงที่ขาดไม่ได้้สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงของการพัฒนาซอฟท์แวร์ สำหรับนักพัฒนาจาวาอย่างเรา ก็คงชอบที่จะอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับจาวาเทคโนโลยีเป็นหลักใหญ่ วันนี้เราจะคุยกันเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อหนังสือ ตลอดจนวิธีการสั่งซื้อหนังสือให้ถูกใจเราทั้งในด้านคุณภาพและราคา

* วิธีการที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศได้

วิธีการเลือกหนังสือ

วิธีการแรก - เดินตรงเข้าไปเลือกจากร้านหนังสือ
วิธีการก็ง่าย ๆ คือเดินเข้าไปในร้านหนังสือประจำของเรา เปิดดูหนังสือแต่ละเล่ม เล่มไหนน่าสนใจก็จดชื่อหนังสือเล่มนั้นไว้ (แต่อย่าเพิ่งซื้อ) วิธีการเลือกหนังสือวิธีนี้โดยมากจะได้ผลชงัก เรามักจะได้หนังสือที่ดีและเหมาะสมกับตัวเองเสมอ เพื่อนผมคนหนึ่งเคยบอกว่า เค้าชอบเข้าไปเลือกหนังสือจากร้านหนังสือ เพราะเค้าเป็นโรคแพ้ Font บางทีเนื้อหาของหนังสือดี แต่ใช้ Font ที่ไม่ถูกโฉลก เลยพาลจะทำให้อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ดังนั้นหนังสือที่เพื่อนผมอ่าน Font จะต้องถูกโฉลกกับเค้าด้วย

วิธีการที่สอง - เลือกหนังสือที่ได้รับรางวัล
รางวัลหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการเทคโนโลยีคือรางวัล Jolts Award ซึ่งเป็นรางวัลที่ให้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เข้าตากรรมการ รางวัลนี้จะจัดขึ้นปีละครั้ง โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีหมวดของหนังสือรวมอยู่ด้วย หนังสือที่ได้รับรางวัลนี้ที่หลายคนรู้จักกันดีก็เช่น Design Patterns by GOF, Thinking in Java, by Bruce Eckel หรือแม้กระทั่ง Effective Java by Joshua Bloch ซึ่งเพิ่งเป็นเจ้าของรางวัล Jolts Award ในปีนี้นั่นเอง
วิธีการเลือกหนังสือวิธีนี้ เราจะได้หนังสือที่มีคุณภาพมากเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักพัฒนา อย่างไรก็ตามหนังสือพวกนี้จะมีระดับความยากง่ายของเนื้อหาแตกต่างกันตามแต่สิ่งที่หนังสือแต่ละเล่มจะพูดถึง หนังสือบางเล่มอาจจะเหมาะสำหรับคุณวุฒิของเราในตอนนี้ หนังสือบางเล่มอาจจะเหมาะสำหรับเราในอนาคตกาลข้างหน้า ดังนั้นถ้าใครคิดจะเลือกหนังสือโดยวิธีนี้ ขอให้ศึกษารายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาที่อยู่ข้างในหนังสือเล่มนั้นก่อนจะทำการสั่งซื้อ

วิธีการที่สาม - เลือกหนังสือโดยค้นจาก Amazon.com
วิธีการนี้เป็นวิธีการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของจำนวนหนังสือที่จะให้เราเลือกมากขึ้น หนังสือบางเล่มอาจจะไม่อยู่บนหิ้งหนังสือในร้านหนังสือหรือได้รับรางวัล Jolts Award ดังนั้นวิธีการที่จะค้นหาหนังสือเหล่านี้ก็คือการค้นหาจากเวปไซด์ขายหนังสือนั่นเอง
Amazon.com เป็นเวปไซด์โปรดที่ผมใช้ค้นหาหนังสือ(ที่จะกลายเป็นหนังสือที่ผมจะต้องซื้อมาอ่าน) เวปไซด์นี้จะมีการวิจารณ์หนังสือโดยคนที่อ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปหนังสือดี ๆ มักจะได้คำชมระดับสี่ดาวถึงสี่ดาวครึ่ง สำหรับห้าดาวนั้นจะหายากเพราะคงไม่มีใครที่จะเขียนหนังสือแล้วให้ทุกคนชอบได้ง่ายนัก นอกจากนี้ Amazon ยังมี feature ที่เรียกว่า Look inside ซึ่งเราสามารถดูส่วนของสารบัญรวมไปถึงรายละเอียดบางส่วนของบทที่ถูกคัดมาได้ เพื่อนผมคนที่เป็นโรคแพ้ Font บอกว่าชอบ feature นี้มากเพราะทำให้สามารถแอบดู Font และสำนวนของผู้เขียนก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหนังสือได้

วิธีการที่สี่ - เลือกหนังสือจากนักพัฒนาที่เป็นขวัญใจของเรา
หลังจากที่ Open Source Project เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในเทคโนโลยียุคปัจจุบัน นักพัฒนาหลาย ๆ คนเริ่มแปรธาตุกลายเป็นนักเขียนไปในตัวด้วย สำหรับนักพัฒนาหลาย ๆ คนแล้ว หนังสือที่เขียนขึ้นโดยนักพัฒนาด้วยกัน ย่อมดีกว่าหนังสือที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนเทคโนโลยีอาชีพ ตัวอย่างของหนังสือที่เขียนโดยนักพัฒนาก็เช่น Java Servlet Programming by Jason Hunter, Willam Crawford, Jmx: Managing J2ee Applications with Java Management Extensions by Juha Lindfors, JBoss Group, Effective Java by Joshua Bloch หรือแม้กระทั่ง EJB Design Patterns: Advanced Patterns, Processes, and Idioms by Floyd Marinescu, Ed Roman
หนังสือจำพวกนี้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในยุคแรกหนังสือเหล่านี้จะพูดถึงแต่เพียงวิธีการใช้ APIs ต่าง ๆ เหมือนอย่างหนังสือที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนเทคโนโลยีอาชีพ อย่างไรก็ตามในระยะหลัง ๆ เนื้อหาของหนังสือพวกนี้มักจะออกไปในเชิงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในชีวิตจริงรวมไปถึง Best Practice เสียมากกว่า ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมหนังสือพวกนี้กลายเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในวงการนักพัฒนายุคปัจจุบัน

หลังจากที่เราเลือกหนังสือที่เราต้องการจะอ่านได้แล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีการสั่งซื้อหนังสือกันบ้าง

วิธีการสั่งซื้อหนังสือ
ในระยะหลังยอดขายหนังสือของร้านหนังสือที่เปิดเป็นร้านให้คนเข้าไปซื้อเริ่มมีจำนวนลดลง เหตุผลไม่ใช่ว่าจำนวนคนอ่านหนังสือลดลง แต่เป็นเพราะว่าหลาย ๆ คนเริ่มหันมาสั่งซื้อหนังสือจากทางเวปไซด์กันมากขึ้น เรามาดูว่ามีเหตุผลอย่างไรถึงทำให้ทิศทางการสั่งซื้อหนังสือของคนถึงเปลี่ยนไปเป็นเช่นนั้น

1. ไม่ต้องจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
เรื่องนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องตลกสำหรับบ้านเรา ด้วยเหตุผลที่ว่าในบ้านเราภาษีนี้มักถูกรวมเข้าไปกับราคาสินค้าเรียบร้อยแล้ว ในต่างประเทศ ราคาสินค้าส่วนใหญ่มักยังไม่ได้รวมภาษีตัวนี้เข้าไปด้วย หลายครั้งที่คิดราคารวมของหนังสือออกมา ราคารวมนี้ถึงกับแพงขึ้นอย่างน่าใจหาย ยกตัวอย่างเช่น รัฐนิวยอร์คจะภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 8.25% ถ้าหนังสือราคาสี่สิบเหรียญ เราก็ต้องจ่ายค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 40x8.25% = 3.3 เหรียญ ซึ่งราคารวมของหนังสือจะกลายเป็น 40+3.3 = 43.3 เหรียญ
ในปัจจุบันการซื้อขายผ่านทางเวปจะไม่มีการเก็บค่าภาษีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้า (ยกเว้นในกรณีที่ ๆ อยู่ของลูกค้าอยู่รัฐเดียวกันกับที่ตั้งของบริษัทที่เป็นที่เป็นเจ้าของเวป) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจของลูกค้าเป็นอันมาก

2. ราคาถูกกว่า
ราคาหนังสือที่ขายตามเวปไซด์โดยทั่วไปจะมีราคาถูกกว่าราคาที่ขายตามร้านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีจะมีราคาถูกกว่าประมาณ 10-30% จากราคาปก หลายคนถามถึงราคาส่ง ราคาส่งหนังสือโดยทั่วไปจะตกอยู่ประมาณ 4-20 เหรียญขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการส่งรวมไปถึงน้ำหนัก ซึ่งเมื่อคิดโดยรวมแล้ว ราคาหนังสือที่สั่งทางเวปไซด์ก็ยังมีถูกกว่าราคาที่ซื้อตามร้านหนังสือบวกกับราคาของภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ดี

ในประเทศสหรัฐอเมริกา เวปไซด์ที่ขายหนังสือเทคโนโลยีจะมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง เวปไซด์ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีก็เช่น Amazon (www.amazon.com), Bookpool (www.bookpool.com), Borders (www.borders.com), Fatbrain - Barns & Noble (www.fatbrain.com) เวปไซด์ Amazon และ Bookpool มีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือความเป็น eCommerce เต็มตัว เวปไซด์สองอันนี้จะไม่มีร้านตั้งอยู่ตามรัฐต่าง ๆ เหมือนกับที่ Barns & Noble หรือ Borders มีอยู่ ดังนั้น Amazon และ Bookpool จะให้ความสำคัญกับลูกค้าของตน(ซึ่งมาจากทางอินเทอร์เนทอย่างเดียว) ทั้งในด้านของราคาสินค้าและบริการเป็นอย่างมาก ที่นี้เรามาดูว่าถ้าเราต้องการสั่งซื้อหนังสือโดยผ่านทางเวปไซด์ เราควรจะเริ่มจากที่ไหนก่อน

ที่แรก - Bookpool.com
เวปไซด์นี้เป็นเวปไซด์ขวัญใจของนักพัฒนาสำหรับการสั่งซื้อหนังสือ ราคาหนังสือที่นี่มักจะถูกที่สุดเมื่อเทียบกับราคาจากเวปไซด์อื่น หนังสือส่วนมากจะลดราคาตั้งแต่ 19-38% บางเล่มจะลดราคาถึง 44% ซึ่งถือว่าถูกมาก แม้ว่าตัวเราจะสั่งซื้อหนังสือในแบบจัดส่งแบบต่างประเทศก็ตาม
ในเมื่อราคาถูกก็ต้องมีข้อเสีย ปัญหาที่เกิดขึ้นในบางครั้งเมื่อเราสั่งซื้อหนังสือจาก Bookpool ก็คือ หนังสือที่เราต้องการไม่มีขาย ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ ถ้าหนังสือของเราเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ที่ทาง Bookpool ไม่ได้เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ ย้ายตัวเองมาที่เวปไซด์ที่ขายหนังสือราคาถูกรองลงมาซึ่งก็คือ Amazon นั่นเอง

ที่ต่อมา - Amazon.com
เมื่อก่อน Amazon ไม่ได้ขายหนังสือในราคาที่ถูกมากนักเมื่อเทียบกับราคาที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม Amazon ได้ทำการเปลี่ยนแผนการตลาดโดยเล็งเห็นว่าการขายเยอะในราคาถูก ดีกว่าการขายน้อยในราคาที่แพงกว่า ดังนั้นถ้าเข้าไปเช็คราคาหนังสือ เราจะเห็นว่าหนังสือบางเล่มใน Amazon จะมีราคาถูกเกือบเทียบเท่ากับราคาหนังสือเล่มเดียวกันที่จัดจำหน่ายโดย Bookpool เลยทีเดียว Amazon เป็นเวปไซด์ที่มีหนังสือจัดจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเราหาหนังสือเล่มไหนไม่ได้ ให้มาที่ Amazon หนังสือเล่มนั้นมักจะมีจำหน่ายอยู่ที่นี่เสมอ นอกจากนี้ Amazon ยังมีส่วนของการขายหนังสือเก่า ซึ่งถ้าเราอ่านหนังสือเล่มใดจบแล้วอยากขาย เราก็สามารถนำมาขายที่นี่ได้ ถ้าเราอยากซื้อหนังสือเก่า เราก็สามารถหาซื้อหนังสือเก่าจากที่นี่ได้เช่นกัน
ในหนังสือเล่มหนึ่ง ๆ Amazon จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนั้นอยู่เป็นจำนวนมาก มีตั้งแต่ชื่อผู้เขียน รายละเอียดคร่าว ๆ ของหนังสือ บทวิจารญ์จากคนอ่าน รวมไปถึงเนื้อหาบางส่วนของหนังสือ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้กลายเป็นเหตุผลใหญ่ว่าทำไมหลายคนยอมสั่งซื้อหนังสือในราคาที่แพงกว่ากับ Amazon (เมื่อเปรียบเทียบกับราคาจาก Bookpool) เพื่อเป็นเสมือนค่าบริการจากรายละเอียดต่าง ๆ ของหนังสือที่ตนได้รับจากเวปไซด์แห่งนี้

Fatbrain - Barns & Noble และ Borders
อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่า Barns & Noble และ Borders มีร้านตั้งอยู่ตามรัฐต่าง ๆ มากมาย การจัดทำเวปไซด์เพื่อขายหนังสือจึงเป็นเพียงอีก channel หนึ่งในมุมมองของร้านหนังสือสองร้านนี้เท่านั้น สำหรับนักพัฒนาที่จะสั่งซื้อหนังสือแล้ว เวปไซด์ของทั้งสองร้านนี้ยังห่างไกลจาก Bookpool หรือ Amazon ทั้งในแง่ของราคาและบริการเป็นอย่างมาก

มาถึงจุดนี้ หลายคนคงอยากเริ่มตามล่าหาหนังสือมาอ่านกันบ้างแล้ว ถ้าใครเจอหนังสืออะไรดี ๆ น่าสนใจ อย่าลืมช่วยวิจารญ์แล้วบอกกับ jarticles บ้างนะครับ

Copyright © 2000-2002 www.jarticles.com